เมืองบวชชุม
 

บ้านบัวชุมเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมา เหมือนดังกับประวัติของอำเภอชัยบาดาลเลยทีเดียว ทั้งนี้ก็เพราะว่า “ บัวชุม ” เป็นที่ตั้งของเมืองไชยบาดาลในอดีต ก่อนที่จะมาเป็นอำเภอชัยบาดาลดังเช่นในปัจจุบัน ดังนั้นบ้านบัวชุม เดิมก็คือ เมืองไชยบาดาลนั่นเอง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงด้วยเหตุผลหลายประการ ตามยุคตามสมัยและความจำเป็นต่างๆเป็นองค์ประกอบ จึงทำให้มีการโยกย้ายที่ตั้งหลายครั้ง แต่ก็ถือได้ว่าเมืองไชยบาดาลนั้นเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานคู่กับประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยเป็นหัวเมืองที่เป็นทางผ่านของการเดินทัพ และใช้เป็นที่พักทัพก่อนที่จะเดินทัพข้ามเทือกเขาดงพญาไฟ เดินทางไปหลวงพระบาง หรือออกไปทางเขมร ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จนกระทั่งถึงสมัยกรุงธนบุรี ดังที่ปรากฏในพงศาวดาร และประวัติศาสตร์ชาติไทย

จากการขุดพบโครงกระดูก และข้าวของเครื่องใช้ของมนุษย์สมัยโบราณ โดยนักแสวงโชคบนที่ดินในพื้นที่หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 2 ตำบลบัวชุม โดยการมาขอเช่าที่ดิน เพื่อขุดหาสมบัติใต้ดินของคนสมัยโบราณ จากผู้ที่เป็นเจ้าของในการถือครองกรรมสิทธ์ที่ดิน ซึ่งมีหลักฐานการถือครองเป็นโฉนดที่ดิน ในราวเดือนเมษายน – เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2542 ซึ่งนักแสวงโชคได้อาศัยการสังเกตพื้นที่บริเวณผิวดิน ถ้าบริเวณใดมีเศษกระเบื้องหรือเศษดินเผาแตกหักมากๆ บริเวณนั้นจะเป็นบริเวณที่ฝังศพ เพราะประเพณีการทำศพของคนสมัยโบราณ เขาจะนิยมนำศพไปที่ป่าช้า โดยมีหม้อดิน ใส่ไต้ หรือกาบมะพร้าว แล้วจุดไฟให้มีควันเดินนำหน้าศพ สันนิษฐานว่าคงจะจุดเพื่อไล่แมลงวันที่จะมาไต่ตอมกลิ่นศพ เพราะสมัยก่อนยังไม่มียาฉีดศพ เมื่อฝังศพแล้วก็จะทิ้งหม้อดินนั้นไว้บนหลุมศพ (ธรรมเนียมนี้ยังมีมาจนปัจจุบัน) เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนานหม้อนั้นก็แตกสลายไปตามอายุของมัน จึงมีเศษดินเผาหรือกระเบื้องอยู่บนหลุมศพ ความเชื่ออีกข้อหนึ่งคือ เชื่อว่าเมื่อคนตายไปแล้วจะต้องไปเกิดในภพหน้า เพื่อไม่ให้ผู้ตายมีความลำบากจึงเอาสิ่งของมีค่า และข้าวของของผู้ตายใส่ลงในหม้อ หรือไห หรือภาชนะอื่นที่สามารถบรรจุได้ แล้ววางไว้ข้างศพ อาจวางเหนือศีรษะ บริเวณหน้าท้อง หรือปลายเท้า ในหลุมศพนั้นด้วย

สิ่งที่นักแสวงโชคขุดขึ้นมาได้นั้นนอกจากจะพบโครงกระดูกของมนุษย์โบราณแล้ว ยังพบข้าวของเครื่องใช้ของผู้ตายมากมายหลายรายการ เช่น หยก ลูกกำปัด ลูกแว หม้อ ไห เป็นต้น มีทั้งที่มีความสมบูรณ์ และแตกหัก ชิ้นใดที่ดูสมบูรณ์นักแสวงโชคก็จะขายให้กับนายทุนที่มาคอยรับซื้อในราคาที่ค่อนข้างสูง ผู้เขียนได้นำสิ่งที่นักแสวงโชคขุดได้มาเปรียบเทียบลักษณะกับหนังสือโบราณคดี และเปรียบกับสิ่งที่ขุดพบจากสถานที่ต่างๆที่นำมาเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ วังนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรีแล้ว ทำให้ทราบว่าเป็นยุคหม้อหรือยุคกำปัด มีอายุราว 2500 – 3000 ปี แสดงให้เห็นว่าบ้านบัวชุมนี้มีผู้คนเข้ามาอยู่อาศัยช้านานแล้ว และน่าจะเป็นชุมชนใหญ่ เพราะบริเวณที่ขุดพบศพนั้นมีจำนวนมาก พื้นที่บริเวณที่ฝังศพก็กว้างขวางประมาณ 4 ไร่เศษ บางหลุมมีศพฝังเรียงรายกันมากถึง 3 ศพ แต่ละศพจะหันศีรษะขึ้นทางทิศตะวันออก บางศพจะมีข้าวของเครื่องใช้บรรจุในภาชนะหลายอย่าง บางศพพบเพียงหม้อเปล่าๆ บางศพไม่มีอะไรเลย ซึ่งอาจแสดงถึงฐานะของผู้ตาย สังเกตจากการฝังศพบางจุด พบว่ามีการฝังศพในหลุมเดียวกันหลายศพ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดภัยสงคราม หรือโรคระบาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงต้องเร่งรีบเพื่อหนีภัยร้าย หลังจากนั้นพื้นที่แถบนี้ก็คงจะปราศจากผู้คนอาศัยต่อมาอีกระยะหนึ่ง เพราะไม่มีหลักฐานให้เห็นหลังจากยุคนั้นอีกเลย

 
หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8